[OS] Rainstorm

posted on 06 May 2013 09:41 by temp-x-g
 
 
 
 
 
                  
 
 
 
 
 
 
 
Title : Rainstorm
 
Status : One Shot
 
Fandom : Bigbang [T.O.P x G-Dragon]
 
Author : R.a [Rot_apple.]
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

 

Only have a hope 

 

Only have a faith in affection



And only believe in feeling about each other



As a result be able to embroil at even



don't have way turn back


เพียงแค่มีความหวัง


เพียงแค่มีศรัทธาในความรัก


และเพียงเชื่อมั่นในความรู้สึกที่มีต่อกัน ก็จะ

สามารถเชื่อมโยงความรักที่แม้ไม่มีหนทางให้กลับคืนมาได้...

 

                                                                                               

บทความ  seeloveae แปล Rot_Apple

 

 

 

    

ร่างบางเบียดตัวเองเข้ากับขอบกระจกหน้าต่างบานใหญ่ ใบหน้าด้านซ้ายแนบไปกับแผ่นกระจกหนา เหม่อมองออกไปภายนอก ที่เม็ดฝนกำลังโปรยปราย ไอความชื้นเกาะขอบกระจกจนเป็นฝ้า

 

มีใครบางคนเคยบอกควอนจียงไว้ ว่าฝนกลั่นตัวเพราะท้องฟ้ากำลังเศร้า….

 

หยดน้ำตาทิ้งตัวตามแรงโน้มถ่วงจากดวงตาเรียว อายไลน์เนอร์ที่ถูกกรีดไว้อย่างดีเปรอะเปื้อนไปทั่วเพราะความเปียกชื้น แขนเรียวกระชับกกกอดตัวเองไว้ หวังพึ่งพาไออุ่นของตัวเองที่มีเพียงน้อยนิด 

 

ไม่ใช่เพราะไม่คุ้ยเคยกับอากาศปลายหน้าฝนที่กำลังใกล้จะหนาวเต็มที

 

ที่ไม่คุ้น….คือไออุ่นที่เคยได้รับมาตลอดห่างหายไปต่างหาก

 

ไหล่บางสั่นไหวน้อยๆตามแรงสะอื้น สะดุ้งเป็นบางครั้งเมื่อมีเสียงฟ้าคำรามมาให้ได้ยินเป็นระยะ

 

…ท้องฟ้า

 

…กำลังร้องไห้

 

โกรธอะไรใครนะ? ฟ้าร้องเสียงดังฟังดูฉุนเฉียว ไม่ยอมฟังเสียงของใครหลายคนที่กำลังร้องขอให้หยุด เพราะการที่เหล่าผู้คนนั้นต้องเดินทางฝ่าฝนและกระแสความโกรธของท้องฟ้าทั้งเหนื่อยและยากลำบาก

 

เหมือนกันเลย…

 

…เหมือนควอนจียง

 

“ทำไมนายไม่หัดฟังคนอื่นบ้างล่ะจียง ฉันบอกนายแล้วว่ามันไม่มีอะไร” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่ก่อนหน้านี้พยายามอธิบายมาแล้วหลายต่อหลายรอบ

 

“ไม่มีอะไร!! ไม่มีอะไรของนายคือการที่ต้องไปนัวเนียกับผู้หญิงคนอื่นแบบนั้น เฮอะ…” ร่างบางระบายลมหายใจออกจากปากแสดงถึงความไม่พอใจพร้อมสะบัดหน้าไปอีกทางเพื่อซ่อนน้ำใสๆที่กำลังเอ่อล้นดวงตาคู่สวยเพราะความน้อยใจ

 

“มันเป็นงานนี่ นายจะให้ฉันทำยังไง มันไม่มีอะไรจริงๆนะ”

 

“…………”

 

งานอีกแล้ว…

 

ชีวิตของชเว ซึงฮยอน แคร์แต่งาน

 

แล้วเขาล่ะ?

 

ควอนจียคนนี้อยู่ตรงไหน??

 

“ฟังให้ดีนะจียง ผู้หญิงคนนั้นน่ะ…”  

 

"พอเถอะซึงฮยอน!! ไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งนั้น!"  ฝืนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว...การทะเลาะกันบ่อยครั้งทำให้ความรู้สึกบางอย่างค่อยๆก่อตัวและฝังรากลงในใจ อึดอัดและเหนื่อยเหลือเกินกับความรักของเราที่มันกำลังจืดจางลง

 

ไม่ใช่สิ…

 

ไม่ใช่รักของเราที่จืดจาง…  

"นายก็เป็นซะแบบนี้ หัดใช้เหตุผลบ้างสิจียง"

 

แต่มันเป็นรักของนาย….


"ใช่! ฉันมันงี่เง่า ฉันมันไม่มีเหตุผล ถ้านายรำคาญนักก็ไปหาผู้หญิงคนนั้นสิ!!" เสียงแหลมตวาดออกมาอย่างสุดจะทนอีกต่อไป น้ำตามากมายที่พยายามกลั้นเอาไว้ไหลอาบแก้มเนียน
 

"ฉันพยายามอธิบายแต่นายก็ไม่ฟัง นายจะให้ฉันทำยังไง..."  ดวงตาคมจ้องมองคนตรงหน้าด้วยแววตาเจ็บปวด ความเจ็บปวดที่อีกคนไม่เคยรับรู้…

 

ชเวซึงฮยอนไม่เข้าใจว่าทำไมความสัมพันธ์ของเราสองคนดูเหมือนมาถึงจุดที่เหนื่อยล้า

 

มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

 

ความรักความเข้าใจมันหดหายไปเพราะอะไร??

 

“ก็ได้จียง นายอยากให้ไป……..ฉันก็จะไป”  พยายามอธิบายอย่างที่สุดแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจียงจะไม่ยอมฟังเหตุผลอะไรเอาเสียเลย

 

บางครั้งความอดทนของคนที่ทนมาตลอดก็ไม่ได้มีมากอย่างที่อีกคนเข้าใจ…

 

ทำไมมีแค่เขาคนเดียวที่พยายามปรับตัวเข้าหา พยายามทำทุกอย่างเพื่อทำให้ความสัมพันธ์กระท่อนกระแท่นนี้ไม่พังครืนลงมา ยังคงหวังว่าสักวันนึงมันจะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม

 

แต่เขาคงคิดผิด

 

….มีบางอย่างผิดพลาดไป

 

 …แต่หัวใจกลับเหนื่อยล้าเกินกว่าจะแก้ไขมัน

 

ยังคงรัก…

 

แต่เหนื่อยในรักเหลือเกิน

 

     เสียงเคลื่อนไหวยังคงดังก้องภายในห้องชุดกว้าง สิ่งสุดท้ายจากที่ปลายสายตาเรียวมองเห็นผ่านม่านน้ำตา คือร่างสูงที่เดินถือกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ออกไป

 

...........................................................................................................................................................

 

     เสียงริงโทนคุ้นหูดังขึ้นเพื่อเรียกเจ้าของร่างบอบบางกลับมาอีกครั้ง ประกายความตื่นเต้นดีใจระริกในดวงตาเรียว แต่เมื่อสายตามองเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอมือถือ ดวงหน้าหวานพลันสลดวูบ ความรู้สึกเหมือนมีคนผลักตกจากที่สูง

 

…ไม่ใช่คนที่หวังให้โทรมา

 

ไม่ใช่ซึงฮยอน …

 
โทรศัพท์เครื่องหรูไม่ได้รับความสนใจใดๆอีกต่อไปแรงสั่นเป็นจังหวะส่งผลให้มันหล่นกระแทกพื้นจนหน้าจอมืดสนิทและเลิกส่งเสียงดังน่ารำคาญได้เสียที

 

ขาเรียวยาวพาดลงจากเก้าอี้ยาว เดินเข้าห้องอาบแม้จะรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังจะไม่สบาย แต่การได้แช่น้ำอุ่นอยู่อ่างนานๆช่วยให้ผ่อนคลายร่างกายไม่น้อย

มือบางค่อยๆกลัดออกจากรังดุมช้าๆ เสื้อเชิตสีขาวสั่งตัดโดยช่างมืออาชีพถูกสลัดออกจากลำตัวผอมบาง ทิ้งตัวลงในอ่างน้ำอุ่นอย่างอ่อนล้า พลันความทรงจำกลับตามหลอกหลอน  ช่วงเวลาที่ใครอีกคนชอบหนักหนาที่จะเอื่อยเฉื่อยอยู่แต่ในห้องน้ำหลังตื่นนอน

 

“ก็ไม่อยากไปทำงาน….อยากอยู่กับจียงนี่” แขนแกร่งที่คว้าตัวเขาเข้าไปกอดแน่น ใบหน้าคมชุกลงตรงช่วงไหล่อย่างออดอ้อน

 

อ่อนหวาน…

 

…อยากได้ช่วงเวลาเหล่านั้นคืนมา

 

     ร่างบางเอนตัวลงบนที่นอนกว้างอย่างอ่อนล้า ตาเรียวที่ผ่านการร้องไห้มาอย่าหนักตอนนี้กลับบวมเบ่งฝืนลืมอย่างยากลำบาก เส้นเลือดตรงข้างขมับเต้นตุบๆปวดบีบกะโหลก ร่างกายที่อยู่ในน้ำอุ่นเป็นเวลานานจนผิวหนังเปื่อยย่น ถ้าปกติป่านนี้เขาคงโดนบ่นจนหูชาเรื่องไม่ใส่ใจสุขภาพตัวเอง บลาๆๆ สารพัดที่อีกคนจะสรรหามาบ่น

 

…เขาคิดถึงแต่ชเวซึงฮยอน….

เพราะได้ซึงฮยอนคอยดูแลเอาใจใส่อย่างดีมาโดยตลอด….ไม่ว่าจะตอนที่ไม่สบายหรือจะตอนที่ไม่ป่วยแถมยังงี่เง่าขั้นพีค

 

คอยตามใจมาตลอด……..จนบางครั้งเอาแต่ใจและหัวรั้นอย่างร้ายกาจ

 

ไม่เคยคิดต่อว่าเวลาทำให้เหนื่อยใจ…….เลยเสียนิสัยในที่สุด

 

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ซึงฮยอนทำ รวบรวมเป็นประโยคสั้นและง่ายที่เขาเผลอลืมมันไป   

 

“รักจียงนะ…..”

เสียงทุ้มแปลกหูทว่านุ่มนวลในความรู้สึก อ้อมแขนอบอุ่นที่คอยโอบกอดเมื่ออากาศหนาว มุขตลกฝืดเฟือนที่อีกคนพยายามสรรหามาเล่นให้อารมณ์ดีอยู่ตลอด

ก็เจ้าตัวบอกเอง “เวลานายหัวเราะ น่ารักที่สุดเลยรู้ไหม…”

แค่คิดว่าสิ่งที่ได้รับมาตลอดเวลากำลังจะหายไป น้ำตาที่คิดว่าแห้งเหือดไปแล้วกลับไหลลงมาราวกับพายุฝนด้านนอก

เข่าสองข้างถูกยกขึ้นมาจนแทบชิดอกบางลำแขนโอบกอดทั้งร่างกายไว้เพื่อช่วยลดความเจ็บปวดที่กำลังเกิดขึ้น ร่างกายสั่นไหวอย่างไม่อาจควบคุม ความรู้สึกกลัวเกาะกุมจิตใจจนรับรู้ถึงจังหวะการเต้นที่กระตุกหน่วงเมื่อรู้สึกเสียศูนย์บีบคั้นจนเจ็บหน้าอก เหมือนตุ้มนาฬิกาอันใหญ่แกว่งไกวไปมาภายในใจ

 

ควอนจียงคนโง่…

 

โง่ที่เอาปัญหาเล็กน้อยมาทำให้เกิดความไม่เข้าใจ จนเกิดเป็นรอยร้าวในความสัมพันธ์แสนเปราะบาง เผลอระเบิดอารมณ์ลงกับซึงฮยอน ทุกครั้งไม่ว่าจะทะเลาะกันขนาดไหน ซึงฮยอนไม่เคยโกรธเขาสักครั้งไม่ว่าเขาจะผิดหรือถูกซึงฮยอนจะเป็นฝ่ายงอนง้อตลอด

แต่ครั้งนี้กลับหายไป ตั้งแต่วันที่ซึงฮยอนออกไปนี่ก็เกือบสามวันแล้ว นานกว่าที่เคย

 

ใจร้ายเกินไป...

 

อาจเพราะเบื่อ...เบื่อควอนจียงคนนี้เหลือเกิน

 

ควอนจียงที่ไม่เคยเชื่อใครง่ายๆ……….แต่กลับเชื่อและทุรนทุรายอย่างง่ายดายแค่มันเกี่ยวกับชเวซึงฮยอน

ควอนจียงกลายเป็นคนโง่ให้กับคนที่โง่กว่าเพราะถูกความอิจฉาเข้าครอบงำ อิจฉาในความรักที่เขากับซึงฮยอนมีต่อกัน เมื่อเสียงกระซิบจากคนพวกนั้นมีมาหลายๆครั้งเข้า ความรักความไว้ใจจึงสั่นคลอน ทั้งๆที่อีกคนให้ความรักและสัญญาจะดูแลกันอย่างหนักแน่น

 

แต่เขากลับปล่อยให้ความโกรธมีอิทธิพลเหนือเหตุผล ไม่ยอมฟังที่อีกคนพยายามจะอธิบาย กลับออกปากไล่ด้วยความไม่ยั้งคิด

“ขอโทษ…ฮึก..กลับมาเถอะ ซึงฮยอน ” เสียงหวานปนสะอื้นเปล่งออกมาแผ่วเบาเต็มที ดวงตาหนักอึ้งปิดลงอย่างอ่อนล้า บดบังมโนภาทั้งหมด ปิดกั้นตัวเองจากความจริงเข้าสู่ความฝัน

 

....สติลางเลือนเกินกว่าจะได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวรีบร้อนภายนอก

...........................................................................................................................................................

 

 

ขายาวก้าวย่างอย่างเร่งรีบ รองเท้าคู่หรูย้ำลงบนแอ่งน้ำฝนชื้นแฉะบนพื้นโดยที่เจ้าของมันไม่ได้ใส่ใจ ชเวซึงฮยอนติดต่อคนรักไม่ได้เลย

เขาพยายามโทรหาจียงหลายครั้งแล้วตั้งแต่เมื่อเย็นวันที่ทะเลาะกัน งานเร่งด่วนที่เข้ามาทำให้ต้องเดินทางไกลไปถ่ายแบบนิตยสารชื่อดังถึงอเมริกา ด้วยความที่ปฏิเสธไม่ได้เนื่องทางเอเจนซี่เป็นคนรับงานนั่นทำให้ต้องบินไปทันทีทั้งที่ยังไม่ทันได้ปรับความไม่เข้าใจที่เกิดขึ้น

 

เวลาสามวันที่หายไปจะทำให้บางคนอารมณ์เย็นขึ้นหรือยังนะ…

 
ร่างสูงกดรหัสเข้าห้องพักที่จำได้ขึ้นใจ ยกนิ้วมือขึ้นสแกนเพื่อปลดล็อคกลอนประตูระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาสมค่าราคาที่จ่ายไป เมื่อประตูเปิดออกกว้างใบหน้าคมคายก็ปะทะกับลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศ ผมสีดำสนิทเปียกลู่ไปกับใบหน้า
 
โค้ทสีเทาตัวยาวของVERSACE เปียกชุ่มหนักอึ้งถูกถอดออกแล้วพาดไว้กับเก้าอี้ไม้ เสื้อยืดเนื้อหนาตัวในดูจะไม่เสียหายจากความเปียกชื้น  อากาศของห้องทั้งห้องเหมือนจะเย็นและแห้งจากฝนที่ตกหนักและอุณภูมิที่ลดต่ำจากภายนอก
 
คิ้วเข้มย่นเข้าหากันเมื่อไฟทุกดวงในห้องนั่งเล่นปิดหมดทุกดวง แต่พลาสม่าจอใหญ่ในห้องนั่งเล่นที่เปิดค้างไว้กลับไม่มีคนดู เหมือนกับว่าคนเปิดตั้งใจจะใช้แค่เสียงของมันกลบความเงียบที่น่ารำคาญ
 
มือใหญ่ยกขึ้นเฉยผมลวกๆพร้อมกับกวาดตาคมตามหาควอนจียงทั่วห้องนั่งเล่นแต่กลับไม่พบ จึงตัดสินใจเดินตัดห้องนั่งเล่นที่เขาไม่เคยคิดว่ามันจะกว้างได้ขนาดนี้
ประตูห้องนอนที่ปิดไม่สนิททำให้เดาได้ไม่ยากว่าอีกคนคงจะอยู่ด้านใน  แขนยาวผลักบานประตูออกอย่างแผ่วเบา เพราะกลัวว่าจะเป็นการรบกวนอีกคน และถ้าเปิดเข้าไปตรงๆก็ไม่รู้จะตีสีหน้ายังไงดี ปกติเขาไม่เคยหายหน้าหายตาไปแบบนี้ 
ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน ชเวซึงฮยอนจะเป็นฝ่ายง้อขอคืนดีเสมอ ใจอ่อนและคอยตามใจอีกคนจนเคยตัว ใครๆหลายคนต่างก็เอ่ยเตือนอยู่บ่อยครั้ง

 

แต่ซึงฮยอนไม่สนใจ

 

ควอนจียงเป็นยังไง…..เขาย่อมรู้ดีที่สุด

บนเตียงกว้างมีร่างบางนอนตะแคงข้างหันหลังให้กับบานประตู ขาเรียวยาวเดินอ้อมไปที่เตียงนอนอีกด้านเพื่อที่จะมองอีกคนให้ชัด ผ้านวมผืนหนาแทบจะคลุมมิดตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงศีรษะ ลำตัวคุดคู้เป็นก้อนกลมๆเหมือนเด็กดักแด้ โผล่มาก็แต่หน้าผากกว้างและผมสีบรอนด์ยุ่งเหยิงเท่านั้น

 

มุมปากเรียวยกยิ้มที่ใครๆก็ไม่ได้เห็นมาเสียหลายวัน

 

“จียง…”  เสียงทุ้มเอ่ยเรียกเพื่อหวังจะปลุกคนขี้เซาเพื่อมาปรับความไม่เข้าใจที่เกิดขึ้น เขาเชื่อว่าหลายวันมานี่คงทำให้เจ้าตัวอารมณ์ดีพอที่จะรับฟังเหตุผลของเขาขึ้นมาบ้าง

 

“นี่….ตื่นเถอะ นายจะนอนไปถึงเมื่อไหร่?” เมื่อเรียกเท่าไหร่ก็ดูเหมือนจะขัดจังหวะการนอนของอีกคนไม่ได้ ร่างสูงเริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ แม้จะเป็นคนปลุกยากแต่ปกติก็ต้องตื่นมาเพื่อโวยวายบ้างแล้วด้วยความสงสัยแขนยาวเลยดึงผ้านวมที่ปิดหน้าปิดตาทนแทบหายใจไม่ได้นั่นออก

ด้วยผิวสัมผัสที่แตะกัน ทำให้ซึงฮยอนรับรู้ได้ถึงอุณภูมิที่สูงขึ้นของร่างบาง

 

 

ควอนจียงรู้สึกถึงแรงยวบบนเตียง  แต่เปลือกตากลับหนักอึ้งเหมือนมีใครเอาหินหนักๆมาถ่วงไว้ หัวก็ปวดจนจะระเบิดอยุ่แล้ว!!

 

“ยง…จียง”

 

….เสียงซึงฮยอน

 

 “อือ…หนาว”  ประท้วงเสียงโหย เมื่อมือใหญ่ดึงผ้าห่มออกจากกายความเย็นจากเครื่องปรับอากาศตกกระทบผิวกายร้อนผ่าว

 

เปลือกตาบางเปิดช้าฝืนความง่วงงุนเต็มที่ ภาพบุคคลที่ปรากฏทำให้ดวงตาเรียวแดงก่ำเริ่มมีน้ำคลอหน่วยอีกครั้ง หัวใจดวงน้อยที่ฟีบแบนมาหลายวันพองโตจนแน่น จากที่ถูกจับให้นั่งเอนพิงหัวเตียงกลับโถมเข้ากอดอีกคนเต็มแรง

 

“ขอโทษนะ…ขอโทษซึงฮยอน” เสียงเล็กปนสะอื้นเอ่ยออกมาอย่างติดขัด ความหวาดกลัวฉายชัดในดวงตาเมื่ออีกคนแค่นั่งนิ่งให้โอบกอดเท่านั้น  แค่อีกคนนิ่งเงียบแถมขืนตัวออกจากอ้อมแขนตัวเอง คนมีความผิดจึงรีบละล่ำละลักเอ่ยอย่างใจเสีย

 

“มะ…ได้ตั้งใจพูดไม่ดีนะ ฉันน่าจะฟังนายมากกว่านี้ กลับมาเถอะซึงฮยอนจะไม่งี่เง่าให้หนักใจอีกแล้ว ฮึก….นะ..”

ร่างบอบบางสะอื้นไห้จนตัวโยน มือเล็กกำแขนเสื้อยืดร่างสูงไว้แน่น  ความรู้สึกว่ากำลังจะสูญเสียก่อตัวจนน่ากลัว เมื่อมือใหญ่เอื้อมมาเช็ดน้ำใสออกจากใบหน้าถึงค่อยยิ้มออก แต่รอยยิ้มยินดีนั้นกลับหายไปอย่างรวดเร็ว…

 

ใบหน้าคมคายเครียดขรึมกว่าที่เคยเป็น หัวคิ้วขมวดมุ่นคล้ายคนกำลังครุ่นคิด ดวงตาคมมีแต่ความหงุดหงิดและโกรธเคือง

 

ซึงฮยอนลุกขึ้นเต็มความสูงและเตรียมตัวก้าวเท้าออกไปจากห้อง

 

…..ออกไปจากควอนจียง

 

ร่างอันอ่อนล้าบนเตียงรีบผวาตามเป็นเงา อ้อมแขนกลับไขว่คว้าหาความอบอุ่นที่คุ้นเคย

“อ๊ะ ไม่เอานะ ซึงฮยอนอย่าไป” ขาเรียวฝืนทรงตัวอย่างอ่อนแรง ความเมื่อยล้าถาโถมทำให้แทบยืนไม่อยู่ยิ่งทรงตัวยืนอาการปวดศรีษะยิ่งรุมเร้า

 

“รัก…ฮึก รักซึงฮยอนมาก อย่าทิ้งฉันไป ”

 

“……………….”

 

“ฉัน…..ขอร้องนาย…ฮือ อยู่ไม่ได้ ทน...อึก ไม่ไหว” ควอนจียงยอมหมดแล้ว ยอมหมดทุกอย่าง

ควอนจียงคนนี้

เอ่ยขอโทษ……สำหรับทุกอย่าง

เอ่ยคำพูดแสนน่าอาย……บอกว่ารัก รักมากแค่ไหน

หรือแม้เอ่ยขอร้อง…….ได้โปรดเถอะ

แรงปลดมือจากร่างสูงส่งผลให้อ้อมกอดยิ่งกระชับแน่น หรือหากนี่จะแป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้กอด

 

…ควอนจียงขอกอดให้แน่นที่สุด ขอกักเก็บไออุ่นนี้ไว้กับตัวยาวนาน

 

รัก…รักซึงฮยอนมากเหลือเกิน

 

แรงสั่นไหวน้อยๆจากร่างเบื้องหน้าทำให้ร่างบางต้องขมวดคิ้ว เสียงหัวเราะแผ่วๆยิ่งทำให้ไม่เข้าใจหนักเข้าไปอีก ร่างสูงปลดมือบางแล้วหันกลับมาช้าๆ

 

“รู้แล้วๆ จะไปยาแก้ไข้มาให้นายต่างหาก….” ไอ้รอยยิ้มเอือมๆนั่นหมายความว่าอะไร ดวงตาคมพราวระยับไปด้วยความขบขัน

“ห่ะ?....ยา..” เอ่อยอย่างงงๆ เพราะยังจบต้นชนปลายไม่ถูก

“ก็นายไม่สบาย จะไปเอายาข้างนอกมาให้ นี่ปวดท้องด้วยหรือเปล่า ฮึ?” เอ่ยถามพร้อมมือก็สัมผัสหน้าผากแผ่วเบาอย่างเป็นห่วง มือเล็กๆจับฝ่ามือใหญ่มากุมแนบแก้ม 

 

“นายกลับมาหาฉัน…ไม่โกรธแล้วหรอ?” เสียงเล็กเอ่ยอย่างหงอยๆ ความรู้สึกผิดยังไม่จางหายไป ยังคงตกตระกอนขุ่นมัวในใจ

 

นิ้วมือใหญ่บีบปลายจมูกรั้นเล็กเบาๆด้วยความหมั่นเขี้ยว

 

“นี่…นายคิดไปถึงไหนแล้วเนี่ย? ขืนทิ้งไปจริงๆคนแถวนี้เฉาตายกันพอดี” ถึงจียงจะไม่ค่อยแสดงออก แต่เขาก็รู้ว่าอีกคนรักกันมากแค่ไหน

 

“อะไรเล่า..ก็นายเอาแต่เงียบไม่เห็นพูดอะไรซักคำ” ลูบจมูกตัวเองปอยๆพร้อมเสตาหลบเพราะเจอสายตาล้อเลียน

 

“พี่..”  ร่างสูงที่กำลังจะเดินออกไปหลังจากที่คนไข้ให้นั่งลงบนเตียงชะงักเล็กน้อยกับสรรนามที่นานๆทีเจ้าตัวจะยอมเรียก

“หืม? ครับ” ขายาวก้าวช้าๆเดินกลับมาตามคำรียก

มือบอบบางตบลงเบาๆตรงที่ว่างข้างตัวบนเตียงนอน

แต่ซึงฮยอนกลับเลือกที่จะนั่งคุกเข่าบนพื้น…..

 

แขนเรียวค่อยๆโอบกอดรอบคออีกคนไว้ โน้มใบหน้าให้หน้าผากเตะกัน สัมผัสเย็นจากความเปียกชื้นของฝนที่ยังไม่จางหายแนบสัมผัสกับความอุ่นร้อนของพิษไข้ ให้ความรู้สึกวาบหวามแปลกประหลาด  ทั้งหนาว…ทั้งร้อน….

“จูบหน่อย” เสียงแหบแห้งเอ่ยออกมาแผ่วเบา ทว่าเขากลับได้ยินชัดเจน

จะร้องขอหรือออกคำสั่ง ซึงฮยอนก็ไม่เกี่ยง….

จมูกโด่งค่อยๆไล้สัมผัสกับปลายจมูกเล็กรั้นอย่างหยอกล้อ ก่อนริมฝีปากจะประกบกันเพื่อแลกเปลี่ยนความอบอุ่นจูบหวานที่ร้อนจากอุณภูมิของคนตัวบางค่อยๆนานขึ้นเรื่อยๆ จากที่นั่งคุกเข้าอยู่บนพื้นตอนนี้ร่างสูงกลับกำลังค่อมอยู่บนตัวเขา

ร่างหนาถอนริมฝีปากออกอ้อยอิ่ง จูบซับรอยน้ำตาที่เหลืออยู่บนใบหน้า เรื่อยลงมาตามแก้มนวลผ่านเรียวคางมน สูดดมกลิ่นหอมเฉพาะตัว

 

“เฮ้..นายกำลังเอาเปรียบคนป่วยนะซึงฮยอน” เสียงนิ่งๆของจียงกลับหยุดทุกอย่างโดยฉับพลัน

 

ร่างสูงยกสองมือขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้แต่ยังคงไม่ลุกออกไป เหตุเพราะเรียวขาเล็กเกาะเกี่ยวเอวเอาไว้ไม่ให้ลุกไปไหน แล้วแบบนี้ มาว่าเขาเอาเปรียบได้ยังไงกัน…

 

“ขอโท….”

 

“นี่ พอแล้วน่าจียง ฉันไม่ได้โกรธอะไรนายสักหน่อย แล้วต่อไปหัดฟังคำอธิบายซะบ้าง”  ยิ่งเสียงทุ้มเอ่ยปลอบอย่างอ่อนโยน น้ำตาก็จะไหลออกมาอีกดื้อๆ

“ต่อไป ฉันจะถามจากนายเองทุกครั้ง จะไม่งี่เง่างอแงอีกแล้ว ” พูดเสียงอู้อี้เพราะเอาหน้าซุกอกหนา ร่างสูงส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ อ้อนได้อ้อนดีจริงๆ…

 

“อย่าทิ้งฉันนะซึงฮยอน ไม่ว่าฉันจะบ้าบอแค่ไหนก็อย่าทิ้งฉัน”  ริมฝีปากบางไต่เตะตามแนวคางคมสัน กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยทำให้อุ่นใจอีกครั้ง

“จียง…ให้ฉันไปเอาข้าวเอายาให้นายได้หรือยัง อยากจะหายไหม? ไข้น่ะ…” เมื่อรู้สึกได้ถึงสัมผัสบางอย่างที่เบื้องล่าง ร่างบางก็หน้าร้อนผ่าวสะดุ้งสุดตัวรีบพลักอีกคนออกห่างทันที

“ฮึ้ย….ไอ้ลิงแก่ตันหากลับ  ก็รีบไปเอาข้าวกับยามาสักทีสิ!!”  

 

 

 

 

 

THE END

 

 

 

 

 

 

Talk : จบเถอะ555555 คือเราหายไปนานมาก หายไปพร้อมๆกันฟิคแวมไพร์ โดยส่วนตัวเราคิดว่ายังทำเรื่องยาวได้ไม่ดีพอ เลยจะนำไปปรับปรุงและแก้ไข ถ้าใครยังรออ่านอยู่บอกเราหน่อยนะ

 

Talk2 : ฟิคRainstorm เป็นเรื่องที่เราคิดว่าภาษาดีขึ้น เนื้อเรื่องยาวขึ้น ไม่รู้สิ ดีหรือไม่ดีทุกคนช่วยติชมด้วยค่ะ สุดท้ายนี้ขอบคุณมากๆที่ยังติดตามผลงานกันอยู่

 

 


Comment

Comment:

Tweet

ฟิคนี้มันมุ้งมิ้งจุง...... ヾ(*´∀`*)ノ

งี้แหละน้าาาา คนซึน ซึนจนซึงฮยอนไม่ทลลลลล~
.....
จียงเป็นผู้ชายกรีดตาค่ะ........ เข้าใจค่ะ เข้าใจ..

ตอนแรกก็คิดว่าจะหน่วงน้ำตาไหล อ่านไปก็บ่นทวิตไป
ซักพักคิดว่าซึงฮยอนจะดัดนิสัยจียง แต่ดันไปเมกา นี่ไปซื้อแบร์บริครึเปล่านะ

ตอนจียงนึกเราแอบงง ถ้าทำเอียงได้จะน่ารักมากเบย ;-;

แล้วโทรศัพท์จียงพังแบบนี้เล่นอินสตาแกรมยังไงกันนะ....
ทำไมไม่ซื้อใหม่ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยคะเมน |( ̄3 ̄)|

ตอนพี่ท็อปกลับมาจากเมกาอยากฆ่าฝนมากค่ะ ทำไมต้องทำพี่ท็อปเปียกคะ???!!!!!
อย่าลืมซักเสื้อตากนะคะ เป็นห่วง

ตอนพี่ท็อปจะเดินออกไป เรานึกว่าพี่ท็อปจะปิดแอร์อ่ะ เห็นจียงบอกหนาว
แต่ซึงฮยอนจะติดไข้จียงมั้ยคะ จุ้บกันด้วยยยยยย
ฟฟๆฟหเดะฟำพไฟเไพพๆไๆพไะๆำกเ

...........................
ว่าแต่จียงนี่เป็นลูคีเมียอีกแล้วเหรอ หนาวบ่อยจัง
~(・・?)
รอวันช็อตครั้งต่อไปค่ะ แฮ่!
ฟิ้ววววววววววววววว /บินออกบล็อกไปแลนดิ้งที่หน้าผากจียง

#6 By หวาน (103.7.57.18|27.55.140.130) on 2013-05-08 01:02

555555
ลิงแก่ตัณหากลับ
ก็เพราะจียงน่ารักแบบนี้ละสิ
ท็อปอดทนได้นี้ ก็สุดยอดนะ ฮ่าๆ

เรารู้ว่าจีหน่ะรักท็อปกมาก
ร้องไห้ขนาดนั้น
และรู้ว่าท็อปรักจีมากเหมือนกัน
แม้จีจะงี่เง่าแค่ไหน
ก็ไม่ทิ้งไหป
เนี่ยแหละที่เรียกว่ารักกันจริงๆ

#5 By mintaname on 2013-05-06 19:10

สวัสดีค่ะ พี่ไรท์เตอร์คนงาม ในที่สุดฉ่ำก็สุ่มจนถูก
ฟิคพี่อุ้มใช้ภาษาได้สวยมากเลยค่ะ อธิบายเนื้อเรื่อง
อธิบายความรู้สึกของตัวละครได้อย่างราบรืนมาก
แล้วก็อ่านง่าย และผู้อ่านก็สามารถเข้าใจได้ง่ายด้วย
ตอนแรกเนื้อเรื่องดราม่ามาก กรี๊ดดดดดด.
แต่ในที่สุดก็จบได้ด้วยดี ชอบมากที่สุด ลิงตันหากลับ
555555555 ไปแล้ว เป็นกำลังใจให้นะคะ
เราก็ว่าภาษาดี
น่ารักทั้งสองคนเลยยยย
อ่านแล้วเขินมาก
บอกไม่ถูก แต่มันน่ารักจริงๆนะ

#3 By vip.lady (103.7.57.18|223.206.56.145) on 2013-05-06 18:32

สู้ต่อไปไรท์เตอร์ !big smile

#2 By BB&B (103.7.57.18|1.1.230.84) on 2013-05-06 17:02

เยเย้ๆ ในที่สุดก็แฮปปี้

ตอนแรกนึกว่าพี่ท็อปจะทิ้งจียงไปจริงๆซะอีก

ฟิคสนุกมากเลยค่ะ

เรายังรอฟิคแวมไพร์อยู่น้าาาาาา

สุดท้ายเป็นกำลังใจให้จ้า :)

#1 By Miew (103.7.57.18|125.27.168.78) on 2013-05-06 16:26